วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

Auguste Rodin


Auguste Rodin


       ออกุสต์ โรแดง (Auguste Rodin) มีชื่อเต็มว่า ฟรองซัว โอกุสต์ เรอเน โรแด็ง (ฝรั่งเศส: François-Auguste-René Rodin) (12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1840 - 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1917) เป็นประติมากรชาวฝรั่งเศส


โรแดงเริ่มศึกษาประติมากรรมที่ปารีส มีชื่อเสียงจากการสร้างรูปปั้นจำลอง งานชิ้นหลัง ๆ ของเขาได้รับแรงบันดาลใจจากดังเตกวีคนสำคัญ โดยผลงานชิ้นสำคัญได้แก่ “ประตูนรก” (The Gates of Hell) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากฉากในกวีนิพนธ์ “ไฟนรก” (Inferno) ของดังเต และรูปปั้น “นักคิด” (The Thinker) ที่นำเสนอภาพของดังเตเมื่อยามครุ่นคิด

ภาพจาก: http://cheeranan.exteen.com/

แม้ว่าโรแดงจะถือกันว่าเป็นผู้ที่มีส่วนริเริ่มการประติมากรรมสมัยใหม่[1]แต่ความจริงแล้วโรแดงมิได้มีความตั้งใจจะปฏิรูปศิลปะแบบที่ทำกันมา โรแดงได้รับการศึกษาจากสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งฝรั่งเศส (Académie des beaux-arts) การสร้างงานก็เป็นไปตามวิธีช่างอย่างที่เรียนมาเพื่อที่จะได้เป็นที่ยอมรับกันทางสถาบัน ในการสร้างงานประติมากรรมโรแดงมีความสามารถที่ทำให้เห็นถึงความซับซ้อนและความปั่นป่วนภายในเนื้อดินที่ปั้น

งานชิ้นสำคัญๆ ของโรแดงถูกนักวิจารณ์โจมตีโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะลักษณะงานขัดแย้งกับการทำประติมากรรมตามแบบแผนดั้งเดิมซึ่งเป็นการสร้างงานเพื่อการตกแต่ง, เป็นสูตร, และมีจุดมุ่งหมายในการสื่อใจความของภาพ แต่งานของโรแดงจะต่างออกไปจากการปั้นเรื่องเทพกรีกโรมันและการใช้สัญลักษณ์แฝงคติอย่างที่ทำกันมา งานของโรแดงจะเป็นรูปสรีระที่เหมือนจริงและเป็นการเทิดทูนความงามของร่างกาย โรแดงมีความสะเทือนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์แต่ก็ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนวิธีสร้างงานของตนเอง และงานของโรแดงในที่สุดก็เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นจากรัฐบาลและสังคมศิลปิน
 
จากงานชิ้นสำคัญๆ ซึ่งมีอิทธิพลจากการท่องเที่ยวอิตาลีในปี ค.ศ. 1875 ไปจนถึงงานที่แปลกไปจากแนวที่ได้รับสัญญาจ้าง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 โรแดงก็กลายมาเป็นประติมากรที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลกมีลูกค้าผู้มีฐานะดีทีเสาะหางานของโรแดงตั้งแต่นำงานไปแสดงที่งานมหกรรมสินค้าโลก ค.ศ. 1900 (1900 World's Fair) ที่สหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นโรแดงยังสังคมอยู่ในแวดวงศิลปินและผู้รู้ผู้มีชื่อเสียง โรแดงแต่งงานกับโรส บูเรท์ผู้ที่โรแดงอยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิตเมื่อปึสุดท้ายของชีวิตของทั้งสองคน

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

Jeanne d'Arc




ฌาน ดาร์ก
(Jeanne d'Arc)
เกิด
ุ6 มกราคม ค.ศ. 1412
ดงเรมี ประเทศฝรั่งเศส
เสียชีวิต
30 พฤษภาคม ค.ศ. 1431
ประเทศอังกฤษ
สัญชาติ
ชาวฝรั่งเศส
ชาติพันธุ์
ชาวฝรั่งเศส
อาชีพ
แม่ทัพ, นักบุญ
องค์การ
กองทัพฝรั่งเศส
รู้จักในสถานะ
ได้รับการสถาปนาให้เป็นนักบุญ
ผลงานเด่น
ปลดปล่อยฝรั่งเศสจากอังกฤษระหว่างสงครามร้อยปี
ศาสนา
คริสต์


          ฌาน ดาร์ก (ฝรั่งเศส: Jeanne d'Arc) หรือโจนออฟอาร์ก 
               โจนในบรรดาพี่น้อง 5 คน ของครอบครัวชาวนา ฌากส์ ดาร์ก และอิซาเบล เดอ วูตอง ในเมืองดองเรอมี ชายแดนจังหวัดชองปานและลอร์เรียน เป็นวีรสตรีของฝรั่งเศสและเป็นนักบุญในนิกายโรมันคาทอลิก โจนมาจากครอบครัวชาวนาและเป็นผู้นำกองทัพฝรั่งเศสในสงครามร้อยปีหลายครั้งที่ได้รับชัยชนะต่อฝ่ายอังกฤษโดยอ้างว่ามีพระเจ้าเป็นผู้ชี้ทางสำหรับโจนตอนเด็กๆช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา และเรียนวิชาศาสนาและงานฝีมือจากแม่ กระทั่งอายุ 13 ปี โจนได้ยินเสียงเซนต์ไมเคิล เซนต์แคเธอรีน และเซนต์มาร์กาเร็ต ซึ่งเชื่อว่าเป็นเสียงของผู้นำสารจากพระเจ้า เสียงที่ได้ยินบอกว่าให้โจนเป็นผู้นำการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ ซึ่งการทำงานนี้โจนจะต้องตัดผมและใส่ชุดนักรบและถืออาวุธเยี่ยงบุรุษ  และเป็นผู้มีส่วนทางอ้อมในการขึ้นครองราชบัลลังก์ฝรั่งเศสของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7 โจนถูกจับโดยฝ่ายเบอร์กันดีและถูกขายให้แก่ฝ่ายอังกฤษ ถูกพิจารณาคดี และถูกเผาทั้งเป็นในข้อหาว่าเป็นพวกนอกรีตเมื่ออายุ 19 ปี ยี่สิบสี่ปีต่อมาพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7 ไม่ทรงสามารถที่จะแสดงพระองค์ว่าทรงได้รับอำนาจมาจากผู้ที่ถูกประณามว่าเป็นผู้นอกรีต สมเด็จพระสันตะปาปาคาลิกซ์ตุสที่ 3 จึงทรงมีคำสั่งให้มีตั้งศาลใหม่ในการพิจารณาการดำเนินการการพิจารณาคดีและการตัดสินของศาลแรก ศาลสรุปว่าโจนเป็นผู้บริสุทธิ์ และทางวาติกันประกาศให้โจนเป็น “มรณสักขี” ในปี ค.ศ. 1909 โจนก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นบุญราศี และในที่สุดก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนักบุญในปี ค.ศ. 1920 ฌาน ดาร์กเป็นหนึ่งในสามนักบุญองค์อุปถัมภ์ประเทศฝรั่งเศสฌานอ้างว่าได้รับนิมิตจากพระเจ้าผู้ทรงบอกให้ไปช่วยกู้บ้านเมืองคืนจากการครอบครองของฝ่ายอังกฤษในปลายสงครามร้อยปี มกุฎราชกุมารชาร์ลส์ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ทรงส่งโจนไปช่วยผู้ถูกล้อมอยู่ในเมืองออร์เลอองส์ ฌานสามารถเอาชนะทัศนคติของนายทัพผู้มีประสบการณ์ได้และสามารถยุติการล้อมเมืองได้ภายใน 9 วัน หลังจากนั้นการได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดหลายครั้งก็นำไปสู่การราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7 ที่แรงส์ (Reims) ซึ่งเป็นวิธีการพยายามยุติข้อขัดแย้งของสิทธิในการครองราชบัลลังก์ฝรั่งเศส
ฌาน ดาร์กเป็นผู้มีบทบาทสำคัญทางวัฒนธรรมตะวันตกมาโดยตลอด ตั้งแต่จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 มาจนถึงปัจจุบันนักการเมืองฝรั่งเศสก็มักจะปลุกเร้าความเป็นชาตินิยมโดยการอ้างถึงโจน นักเขียนสำคัญๆ และคีตกวีที่สร้างงานเกี่ยวกับโจนออฟอาร์คก็ได้แก่วิลเลียม เชกสเปียร์ (“เฮนรีที่ 6, ตอนที่ 1”) วอลแตร์ (“La Pucelle d'Orléans” (โคลง)) ฟรีดริช ชิลเลอร์ (Friedrich Schiller) (“Die Jungfrau von Orléans”) จูเซปเป แวร์ดี (“Giovanna d'Arco”) ปีเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี (“Орлеанская дева” (The Maid of Orleans)  อุปรากร  มาร์ค ทเวน (“Personal Recollections of Joan of Arc” (ความทรงจำเกี่ยวกับโจนออฟอาร์ค) - อุปรากร) ฌอง อานุยห์ (“L'Alouette” (นกลาร์ค)) , เบอร์โทลท์ เบร็คท์ (Bertolt Brecht) (“Die heilige Johanna der Schlachthöfe” (นักบุญโจนผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งสต็อคยาร์ด)) และจอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ (“นักบุญโจน” - บทละคร) นอกจากนี้วัฒนธรรมก็สืบเนื่องในการสร้างภาพยนตร์, โทรทัศน์, วิดีโอเกม, เพลง และนาฏศิลป์และการเต้นรำต่อมา



          ***โจนเข้าร่วมกองทัพฝ่ายมกุฎราชกุมารฝรั่งเศส และทำให้กองทัพเชื่อมั่นจนได้ขึ้นเป็นแม่ทัพในการสู้รบที่ออร์ลีนส์ ในเดือนพฤษภาคม 1429 โจนได้ชัยชนะเหนืออังกฤษและนำทัพเข้ารุกทัพใหญ่ของอังกฤษแตกกระเจิง

          ***ในที่สุดวันที่ 17 กรกฎาคม 1429 ชาร์ลส์ที่ 7 ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ฝรั่งเศส และโจนได้รับเกียรติให้มีที่นั่งเคียงข้างกษัตริย์

         *** ต่อในปีค.ศ.1430 กลุ่มเบอร์กันดีจับโจนได้และนำตัวส่งให้ฝ่ายอังกฤษ โจนถูกล้างแค้นด้วยข้อกล่าวหาว่า ใส่ชุดบุรุษ อันเป็นการกระทำที่ต่อต้านพระเจ้า แต่โจนยืนยันที่จะไม่เปลี่ยนชุดเช่นนี้

       *** หลังจากถูกขังอยู่นาน 14 เดือน โจนถูกสั่งประหารด้วยการเผาทั้งเป็นกลางตลาดรูออง ในวันที่ 30 พฤษภาคม 1431 ขณะที่อายุเพียง 19 ปี โดยที่กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 7 ไม่พยายามจะช่วยเหลือเลย

       ***หลังจากนั้นในปี 1456 ศาลอุทธรณ์พิจารณคดีใหม่ และตัดสินให้โจน ออฟ อาร์ก บริสุทธิ์จากข้อกล่าวหา ปี 1920 โจนได้รับการประกาศเป็นนักบุญ

_________________________


วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Mon aime très proche.

Mon aime  très  proche.

        J'ai une amie très  proche.Elle s'ampelle Lucky.

Nous aimons beaucoupe de même sport. 

Tous les jours,nous allons faire du vélo.

Nous jouons au basket et nous faison de la danse 

ensemble.

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

The Ivory Coast : Republic Of Ivory Coast (cote D'ivoire)

The Ivory Coast

Republic Of Ivory Coast (cote D'ivoire)



ทั้งหมดแปลความหมายได้เป็นหนึ่งเดียวว่า 
"ชายฝั่ง(ที่เต็มไปด้วย)งาช้าง"
ประเทศ ไอเวอรี่ โคสท์ นี้ตั้งอยู่ทางตอนล่างของอัฟริกาตะวันออก (Westafrica) ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางราชการประเทศนี้ ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1960 (พศ. 2503) เริ่มแรก มีการปกครองแบบเผด็จการทางการเมือง คือมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว(PDCI) 





เมื่อปี 2002 (พศ. 2545) พรรคเผด็จการหมดอำนาจลง มีพรรคการเมืองก่อตั้งขึ้นหลายพรรค เกิดสงครามกลางเมือง มีการแบ่งแยกเป็นสองฝ่ายเพิ่งเกิดความสงบมาตั้งแต่ปี 2007 (พ.ศ. 2550)


มีประธานาธิบดีเป็นประมุข คนปัจจุบันชื่อ Laurent Gbagbo

เมืองหลวงชื่อ Yamoussoukro

ที่ตั้งรัฐบาลอยู่ที่เมือง Abidjan 

เนื้อที่ 322.461 ตารางกิโลเมตร

ประชากร(2007) 18,7 ล้าน

ประชากรหนาแน่น 53,7 คน/ตร.กม.

สินค้าส่งออก กาแฟ และโกโก้